แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 50119226 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 50119226 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

White Ocean Stratagy

กลยุทธ์น่านน้ำสีขาวคือ การกำหนดพื้นฐานการบริหารองค์กร แบบองค์รวม ครอบคลุมตั้งแต่วิสัยทัศน์ นโยบาย พันธกิจ กลยุทธ์การดำเนินงาน ไปจนถึงแนวทางในการปฏิบัติทุกภาคส่วนขององค์กร ตั้งแต่การบริหารงานบุคคล การตลาดและการขาย การปฏิบัติการ การโฆษณาประชาสัมพันธ์

องค์กรธุรกิจสีขาวไม่ได้มองว่า ‘ตัวเอง’ เป็นศูนย์กลาง ผลกำไรที่ผู้ถือหุ้นได้รับ ไม่ใช่สิ่งสำคัญสูงสุด แต่จะให้ความสำคัญกับสังคมในทุกภาคส่วน รวมทั้งสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราไปพร้อมๆ กัน เราสามารถนำ ‘กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว’ ไปใช้ในการบริหารในทุกๆ ระดับ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับบริหาร ระดับปฏิบัติ กระทั่งการเจรจาการค้าต่างๆ


เราสามารถนำ ‘กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว’ ไปต่อยอด เสริมส่งให้กระบวนการ ‘บรรษัทภิบาล’ เข้มแข็งยิ่งขึ้น ในระดับบุคคล ‘กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว’ จะช่วยเสริมเติมแต่ง และกระตุ้นเตือนให้ทุกๆ คนมอบโอกาสให้เพื่อนร่วมโลก เห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างความดีงามต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ช่วยกันคนละไม้ละมือจรรโลงโลก กลยุทธ์น่านน้ำสีขาวมีความยืดหยุ่นในตัว ไม่ได้มองโลกด้วยความสุดโต่ง รวมถึงยอมรับว่า ผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย

Red Ocean Strategy

กลยุทธ์ทะเลแดงมาจากแนวคิดของ Michael Porter สุดยอดกูรูด้านเศรษฐศาสตร์การตลาดที่ว่าบริษัทใดๆสามารถเลือกกลยุทธ์การแข่งขัน(Business Strategy)ได้เพียง 1 อย่างจาก 3 อย่างคือ
1.Low cost(Cost leadership)ผู้นำด้านต้นทุนเน้นขายสินค้าปริมาณมากๆ ราคาถูก
2.Differentiation สร้างความแตกต่าง สินค้านวัตกรรม เช่น Sony ราคาแพง
3.Focus เจาะกลุ่มเป้าหมายบางส่วน
การแข่งขันธุรกิจที่พบเห็นอยู่ทั่วไปในปัจจุบัน ล้วนแต่ถูกจัดให้เป็น Red Ocean ทั้งสิ้น เนื่องจากบริษัทในอุตสาหกรรมแต่ละรายก็จะมุ่งเน้นจะเอาชนะคู่แข่งอื่นๆ ่เพื่อที่จะแย่งชิงลูกค้ามาให้ได้มากที่สุด และทำให้ได้กำไรมากที่สุด และแนวทางที่สำคัญที่จะเอาชนะคู่แข่งให้ได้ก็คือ จะต้องดูว่าคู่แข่งของเราทำอะไรบ้าง สินค้าและบริการของคู่แข่งเป็นอย่างไร เมื่อคู่แข่งออกสินค้าหรือบริการอะไรใหม่ออกมา เราก็จะต้องทำตามและออกมาบ้าง เพื่อไม่ให้น้อยหน้าคู่แข่ง และเมื่อวงจรนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายสินค้าและบริการในอุตสาหกรรมก็จะมีลักษณะที่เหมือนกัน หาความแตกต่างได้ลำบาก และนำไปสู่การแข่งขันทางด้านราคาเป็นหลัก ซึ่งก็จะไม่ทำให้ใครได้ประโยชน์หรือเกิดการเติบโตอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552

Swot analysis คือ อะไร มีประโยชน์อย่างไรบ้าง พร้อม ยกตัวอย่าง

คือการวิเคราะห์จุดเข็งและจุดอ่อนขององค์กรโดยวิเคราะห์ทั้งจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกขององค์กรเพื่อที่จะใช้เป็นข้อมูลในการวางกลยุทย์ให้มีเหมาะสมกับองกรค์
Swot analysis มาจากตัวย่อภาษาอังกฤษ 4 ตัว ได้แก่
S มาจาก Strengths หมายถึง จุดเด่นหรือจุดแข็ง ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านส่วนประสม จุดแข็งด้านการเงิน จุดแข็งด้านการผลิต จุดแข็งด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทจะต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งในการกำหนดกลยุทธ์การตลาด
W มาจาก Weaknesses หมายถึง จุดด้อยหรือจุดอ่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในต่างๆ ของบริษัท ซึ่งบริษัทจะต้องหาวิธีในการแก้ปัญหานั้น
O มาจาก Opportunities หมายถึง โอกาส ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นผลจากการที่สภาพแวดล้อมภายนอกของบริษัทเอื้อประโยชน์หรือส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กร โอกาสแตกต่างจากจุดแข็งตรงที่โอกาสนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่จุดแข็งนั้นเป็นผลมาจากสภาพแวดล้อมภายใน นักการตลาดที่ดีจะต้องเสาะแสวงหาโอกาสอยู่เสมอ และใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้น
T มาจาก Threats หมายถึง อุปสรรค ซึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก ซึ่งธุรกิจจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องและพยายามขจัดอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ประโยชน์
1.ทำให้ผู้บริหารขององค์กรสามรถวางกลยุทย์ขององค์กรได้อย่างเหมาะสมกับองค์กร
2.ทำให้รู้จุดอ่อนและจุดแข็งขององค์กร
3.ทำให้เห็นโอกาสในการพัฒนาองค์กร
4.ทำให้เห็นถึงจุดอ่อนจุดแข็งของคู่แข่ง

ตัวอย่าง
บริษัทขายไอครีมแห่งหนึ่งได้มีการทำ Swot analysis โดยกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทเป็นกลุ่มลูกค้าในช่วงวัยเด็กถึงวัยรุ่นและได้เล็งเห็นว่ากลุ่มลูกค้าในกลุ่มของคนวัยทำงานมีความต้องการไอครีมที่แตกต่างจากกลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่นและยังไม่มีคู่แข่งรายใดทำ บริษัทนี้จึงเห็นโอกาสที่จะขยายกิจการของบริษัทไปสู่กลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่น

กิจกรรมช้าง ท่านมีกลยุทย์ในการทำอย่างไร จงบอกขั้นตอน พร้อมอธิบายว่าท่านจะประยุกต์ดังกล่าว กับเรื่องอะไร เพราะเหตุใด

กลยุทย์
เนื่องจากช้างทำด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์และเชื่อมต่อเข้าด้วยกันด้วยเทปกาวซึ่งมีอยู่อย่างจำกัดถ้าหากเราใช้เทปกาวในส่วนใดส่วนหนึ่งของช้างมากเกินอาจทำให้เทปกาวไม่เพียงพอในการทำส่วนอื่นทำให้เราได้ช้างที่ไม่สมบูรณ์ดังนั้นกลยุทย์ในการทำช้างของเราคือการทำช้างที่ไม่ตัวใหญ่จนเกินไปเพื่อทำให้ช้างมีความมั่นคงและสามารถยืนได้ด้วยขาของมัน

ขั้นตอน
1.นำกระดาษหนังสือพิมพ์มาขยำเพื่อให้สามารถขึ้นรูปได้ง่าย
2.ทำส่วนต่างๆของช้างโดยจะเริ่มทำส่วนของลำตัวก่อนเพื่อที่จะสามารถกะขนาดของส่วนอื่นๆให้สมดุลกัน
3.นำส่วนอื่นๆของช้างที่ทำเสร็จมาต่อเข้ากับลำตัวของช้างด้วยเทปกาว
4.นำเสนอผลงาน

การประยุกต์ใช้งาน
ข้าพเจ้าคิดว่าจะประยุกต์ความรู้ที่ได้ในกิจกรรมไปใช้ในการทำงานของวิชาคอมพิวเตอร์กราฟฟิกเพราะว่าวิชานี้จะต้องทำโมเดลสามมิติซึ่งช้างที่ทำให้กิจกรรมนี้เราก็ได้ทำเป็นแบบสามมิติ